ชานมั่นใจซาลาห์ไปโลดกับหงส์

เอ็มเร่ ชาน กองกลาง ลิเวอร์พูล มั่นใจ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวใหม่ จะเป็นการเสริมทัพที่ดีของต้นสังกัด หลังมีสถิติยอดเยี่ยมกับ โรม่า บอกสุดตื่นเต้นที่จะได้เล่นร่วมกัน พร้อมยกแข้งอียิปต์เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ

เอ็มเร่ ชาน มิดฟิลด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวเมื่อวันพุธที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เขาเชื่อว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวใหม่ของทีม จะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมของต้นสังกัด หลังจากสตาร์ทีมชาติอียิปต์ มีสถิติที่น่าประทับใจในการค้าแข้งกับ โรม่า ยอดทีมแห่งอิตาลี

โทรผ่านเน็ต ซาลาห์ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่เขาย้ายมาจาก โรม่า ซึ่งเจ้าตัวมีสถิติที่ยอดเยี่ยมยิง 29 ประตูจาก 65 นัดที่ลงสนามให้ “หมาป่าเหลือง-แดง” ในศึกเซเรีย อา และล่าสุด ชาน ที่กำลังช่วยทีมชาติเยอรมัน ทำศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ที่รัสเซีย ก็เผยว่าสุดตื่นเต้นที่จะได้เล่นร่วมกับแข้งอียิปต์

“ผมเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ เพราะเขาเป็นนักเตะที่ดีมากๆ เมื่อวานนี้หรือวันก่อน ผมได้เห็นสถิติของเขาเมื่อปีที่แล้วในอิตาลี ผมคิดว่าเขาจะเป็นนักเตะที่ดีมากๆ สำหรับ ลิเวอร์พูล” ชาน กล่าว

For related content, please visit ชานมั่นใจซาลาห์ไปโลดกับหงส์.

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยแง่มุมการทำธุรกิจของผู้ประกอบรุ่นใหม่ “สร้างตัวตน เสริมแกร่งด้วยความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า”

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในธุรกิจอสังหาฯเริ่มมีการก้าวหน้าอย่างชัดเจน ในช่วง 3-5 ปีทีผ่านมา และจากการที่บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านการขายแบบครบวงจรกับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Developer) ราว 12 แห่ง จำนวน 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 12,000 ล้านบาท พบปัจจัยที่ดึงดูดให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หันมาสนใจธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯเป็นธุรกิจที่อยู่บนปัจจัยที่สำคัญของทุกคน เป็น Real Sector ที่สำคัญของประเทศ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล สามารถขับเคลื่อน ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยสำคัญ สามารถพิสูจน์ความสำเร็จให้กับรุ่นพ่อแม่ให้เห็นได้รวดเร็ว และยังสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น อพาร์ทเมนต์ หรือโรงแรมได้

เราจึงได้เห็นว่าอสังหาฯยังคงก้าวหน้าไปได้ตลอดแม้ในสภาวะที่มีการแข่งขันสูง หรือเศรษฐกิจชะลอ แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย และสร้างโปรดักซ์ใหม่ๆ กับกับวงการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้จะเห็นว่าภาครัฐและเอกชนต่างๆ ได้มีการเปิดหลักสูตรเฉพาะด้านอสังหาเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการที่จะเข้ามาทำธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังนี้อย่างชัดเจน

ลักษณะของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ต่อยอดจากรุ่นพ่อแม่ ที่ทำธุรกิจอสังหาฯอยู่แล้ว โดยรุ่นลูกอาจจะมีการพัฒนาเป็นรูปแบบใหม่ มีการปรับคาแรกเตอร์ให้ทันสมัยขึ้น และต่อยอดแบรนด์ใหม่ๆ และอีกส่วนหนึ่งมาจากการร่วมมือกับกลุ่มเพื่อนทายาทธุรกิจที่มีความสนใจในธุรกิจอสังหาฯเหมือนกัน ซึ่งอาจจะพบกับตามคอร์สระยะสั้นที่เปิดสอนด้านการทำธุรกิจอสังหาฯที่ถ่ายทอดโดยผู้มีประสบการณ์จริง อีกกลุ่มหนึ่งคือขยาย Business Line เป็นกลุ่มทายาทธุรกิจที่เห็นโอกาสจากการธุรกิจอสังหาฯ แม้ว่ารุ่นพ่อแม่จะประสบความสำเร็จจากธุรกิจอื่น แต่สามารถต่อยอดสิ่งที่มีอยู่เช่น Landbank ที่รับตกทอดมา เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เมื่อเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่วงการอสังหาฯในหลายๆ มิติ อาทิ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลตลาดมากขึ้น พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การออกแบบโครงการ ขนาดห้อง และการกำหนดราคา ให้ตรงกับความต้องการผู้บริโภค มี มี connection ที่กว้างขวาง รวมถึงการดึงมืออาชีพเข้ามาเป็นที่ปรึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งในส่วนของการอาศัยและงานก่อสร้างเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ เช่นใช้ระบบ Jet Pool เพื่อแก้ปัญหาสระว่ายน้ำที่เล็ก / ห้อง แบบ One Bed Plus ที่ปรับฟังก์ชั่นได้หลากหลาย ใช้ Home Automation เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้า

ด้านการทำตลาด จะเลือกทำเลในการลงทุนที่เลี่ยงการชนกับเจ้าตลาดหรือรายใหญ่ เน้นทำเลศักยภาพที่มีดีมานด์นักขายบ้านมืออาชีพอาศัยจริงอยู่ไม่ห่างจาก Prime Area มีความครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งชอปปิ้ง ร้านอาหาร มีผู้คนอาศัยอย่างหนาแน่น สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลาย โดยทำเลนี้ยังตอบโจทย์ผู้ที่เคยอาศัยอยู่เดิมแต่ต้องการแยกออกมาอยู่อาศัยส่วนตัว โดยทำเลที่ได้รับความนิยมคือ พระราม 9 ลาดพร้าว รัชดา และพหลโยธินตอนกลาง ในส่วนของกลยุทธ์ด้านราคาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จ โดยการทำราคาให้เอื้อมถึงง่าย เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าอยู่อาศัยเอง มากกว่าที่เน้นเก็งกำไรหรือลงทุน ส่วนการดีไซน์เป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะเนื่องจากการวางคอนเซปต์การกำหนดคาแรกเตอร์ของโครงการล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อที่ไม่ต้องการได้สินค้าเหมือนท้องตลาดทั่วไป

สำหรับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เราเน้นการให้ความสำคัญของที่ปรึกษาด้านการขายแบบครบวงจร ด้วยทีมวิจัยแบบเจาะลึกที่มีประสบการณ์การลงพื้นที่ต่างๆ กว่า 20 ปี ซึ่งจุดเด่นของหน่วยงานนี้คือการบอกต่อของลูกค้า ส่งผลให้พลัสฯ สามารถขยายตลาดไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจ รวมถึงกลุ่มทุนต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน ล่าสุด ธุรกิจ Sole agent ของพลัสฯได้เปิดตัวเว็บไซต์

www.plussoleagent.com เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอบริการให้กับกลุ่มทุนทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศที่มีความสนในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ พร้อมทั้งเป็นช่องทางในการนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในแวดวงอสังหาฯ และข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการต่างๆ ที่ทำการพัฒนา โดยปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 75% และต่างชาติ 25%

Please visit พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยมุมมองการทำธุรกิจของผู้ประกอบรุ่นใหม่ “สร้างตัวตน เสริมแกร่งด้วยความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า” for related post.

SIRI เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ยอดขายพุ่ง 6,651 ลบ. ก้าวหน้าถึง 40 % ทั้งที่การเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างน้อย แจงโกยยอดขายจากกลุ่มคอนโดแบรนด์ เดอะ ไลน์

แสนสิริเผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 60 ยอดขายพุ่งทะลุ 6,651 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 4,745 ถึง 40% ทั้งที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างน้อย โดยโกยยอดขาย จากกลุ่มคอนโดแบรนด์ เดอะ ไลน์ อาทิ เดอะไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์, เดอะไลน์ สุขุมวิท 101 และคอนโดในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะ คอนโดในทำเลที่ตั้งหัวหินและพัทยาที่ดีมานด์จากลูกค้าชาวไทยและคนต่างประเทศยังสูงต่อเนื่อง รวมทั้งยอดขายจากโครงการ“98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) ขณะที่รายรับรวมและกำไรทรงตัว อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมีรายได้รวม 7,124 ล้านบาท และกำไรรวม 512 ล้านบาท ไตรมาส 2 ลุยเปิดขายเดอะเบสเพชรเกษมและเปิดตัวบ้านเดี่ยวโครงการใหม่บุราสิริวัชรพล

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยถึงผลการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทแสนสิริในช่วงไตรมาส 1/2560 บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 6,651 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 4,745 ล้านบาทถึง 40 % ทั้งที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างน้อย อาทิ โครงการ “สิริ อเวนิว สายไหม” อาคารพาณิชย์ดีไซน์โมเดิร์น สไตล์นิวยอร์คลอฟต์ใหม่ ใจกลางย่านสายไหม มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาทที่ปิดการขายทันทีใน 2 ชั่วโมงแรกที่เปิดขายอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกโดยหลักมาจากกลุ่มคอนโดมิเนียมภายใต้บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง แบรนด์ เดอะ ไลน์ อาทิ เดอะไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์, เดอะไลน์ สุขุมวิท 101 รวมถึงการนำคอนโดมิเนียมแบรนด์ เดอะ ไลน์ ไปโรดโชว์ในตลาดต่างชาติ อาทิ โครงการเดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์ ที่เปิด Global Launch เต็มรูปแบบใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน และมีลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมงานโรดโชว์ในทั้ง 4 ประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมจากตลาดต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกไปได้ถึง 1,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวโครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) โครงการแฟลกชิปคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดบนถ.วิทยุที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมีนาคม รวมทั้งการได้รับการตอบรับที่ดีจากยอดขายซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดคอนโดในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะ คอนโดในทำเลที่ตั้งเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินและพัทยาซึ่งยังมีดีมานด์สูงจากทั้งลูกค้าชาวไทยและคนต่างประเทศ อาทิ การปิดการขายบ้านเคียงฟ้า หัวหิน จำนวน 616 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท รวมทั้งโครงการ เรน ชะอำ–หัวหิน รีสอร์ทคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ที่สร้างยอดขายไปได้ถึง 60% ขณะที่พัทยามียอดตอบรับจากลูกค้าที่ดีมากเช่นเดียวกัน โดยบริษัทปิดการขายโครงการ เดอะ เบส พัทยากลาง (THE BASE Central Pattaya) จำนวน 1,112 ยูนิต มูลค่าโครงการ มูลค่าโครงการ 3,100 ล้านบาท รวมทั้งเตรียมปิดการขาย บ้านปลายหาด พัทยา รีสอร์ทคอนโดมิเนียมทำเลหาดวงศ์อมาตย์ ที่มีชายหาดที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวที่สุดในพัทยา ซึ่งมียอดขายไปแล้วถึง 97%

“บริษัทยังมีรายได้รวมในช่วงไตรมาสแรกสูงถึง 7,124 ล้านบาท และมีกำไร 512 ล้านบาท ซึ่งนับว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อัตรากำไรขั้นต้น หรือ Gross Profit Margin ปรับตัวดีขึ้นจาก 30.7% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็น 31.7% รวมถึงอัตราส่วนกำไรขั้นต้นจากการขายโครงการปรับตัวดีขึ้นจาก 30.3% เป็น 34.2% จากการโอนโครงการ 98 Wireless และบ้านเดี่ยวที่มี Margin สูง นอกจากนี้บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,325 ล้านบาท ปรับลดลงจากไตรมาส 4 ของปี 2016 ที่มีค่าใช้จ่าย 1,632 ล้านบาท ลงถึง 18.8%” นายวันจักร์ กล่าว

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 ล่าสุด บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้งกรุ๊ป ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ เดอะ เบส (THE BASE) ในชื่อโครงการ “เดอะ เบส เพชรเกษม” (THE BASE Phetkasem) จำนวน 640 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,850 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการแรกของปีนี้ โดยบริษัทได้เปิดให้จองโครงการผ่านทาง “SANSIRI ONLINE BOOKING” เป็นครั้งแรก ซึ่งปรากฎว่าได้ผลตอบรับที่ดี โดยหลังจากเริ่มเปิดจองผ่าน SANSIRI ONLINE BOOKING ในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ ที่ 13-14 พ.ค.ที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าจองผ่านระบบคิดเป็นจำนวนถึง 60% จากจำนวนห้องที่เปิดขายผ่าน SANSIRI ONLINE BOOKING ทั้งนี้บริษัทยังเปิดให้จองผ่านทาง SANSIRI ONLINE BOOKING ได้จนถึงวันที่ 19 พ.ค.นี้ พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุดกว่า 1 แสนบาท ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20-21 พ.ค. ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวโครงการแรกของปีนี้ ได้แก่ โครงการ “บุราสิริ วัชรพล” มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้อีกด้วย

Please visit SIRI เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ยอดขายพุ่ง 6,651 ลบ. ก้าวหน้าถึง 40 % ทั้งที่การเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างน้อย แจงโกยยอดขายจากกลุ่มคอนโดแบรนด์ เดอะ ไลน์ for related content.

กคช.นำแอพพลิเคชั่น “Home for All” วางแผนการตลาดแพคเกจ 1 ปี 2559

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเร่งจัดสร้างที่อยู่สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเองภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่ 10 ปี (พ.ศ.2559 – 2568) ซึ่งเป็นเจตจำนงของรัฐบาลที่ต้องการเสริมสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและที่อยู่ให้กับผู้มีรายได้น้อย การเคหะแห่งชาติจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี 2559 จำนวน 21 โครงการ รวมทั้งสิ้น 6,129 หน่วย โดยเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะนำฐานข้อมูลผลสำรวจความต้องการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนที่อยู่ของประชาชนผ่านแอพพลิเคชั่น “คนไทยมีบ้าน” หรือ “Home for All” ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ นำมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนด้านการตลาดโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี 2559 ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ระดับราคา และสอดคล้องกับรายได้ของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีบ้านอย่างถ้วนทั่วตามนโยบาย “ประชารัฐ” ของรัฐบาล

For more post, please visit กคช.นำแอพพลิเคชั่น “Home for All” วางกลยุทธ์ตลาดแพคเกจ 1 ปี 2559.

หอชมเมืองกทม. มูลค่ากว่า 4,761 ลบ. อนุมัติแล้วโดยครม. ไม่ต้องประมูลตามพรบ.ร่วมทุน

จากการประชุม วันที่ 27 มิ.ย. 2560 ครม. ได้มีมติอนุมัติ “โครงการหอชมเมืองกรุงเทพ” ให้สามารถคัดเลือกเอกชนเข้าดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้วิธีประมูลตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

โครงการหอชมเมืองกทม. ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข กท. 3275 เขตคลองสาน กทม. หรือซ.เจริญนคร 7 (ใกล้กับ Iconsiam และเป็นหนึ่งใน 7 Wonder of Iconsiam ที่ทางบริษัทเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้) และจะดำเนินการก่อสร้างโดย “มูลนิธิหอชมเมืองกทม.” ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน ประเมินงบลงทุนไว้ที่ 4,422.96 ลบ. แบ่งเป็น

เงินตั้งต้นของมูลนิธิ 500,000 บาท
เงินกู้จากสถาบันการเงิน 2,500 ลบ.
เงินบริจาคจากบริษัทเอกชนชั้นนำ 2,100 ลบ.
(อ้างอิง: Posttoday)

ตามพรบ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 สำหรับโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ลบ. จำเป็นต้องดำเนินการสรรหาเอกชนโดยการประมูล ซึ่งทางพ.ท. อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า “สาเหตุที่โครงการนี้ไม่ให้มีการเปิดประมูล เนื่องจากจะทำให้มีความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ รวมทั้งอาจไม่มีเอกชนรายใดสนใจดำเนินโครงการ”

หอชมเมืองกทม. จะมีความสูงประมาณ 459 เมตร โดยมีการประมาณอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้า 1,054 ลบ./ ปี ประเมินราคาค่าตั๋ว 750 บาท/ คน (สำหรับคนไทยลด 50%) จ่ายดอกเบี้ยปีล่ะ 38 ลบ. รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายบริจาคองค์กรสาธารณกุศล (อ้างอิง: Posttoday)

Read related article at หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 4,761 ลบ. อนุมัติแล้วโดยครม. ไม่ต้องประมูลตามพรบ.ร่วมทุน.

จับตา! อสังหาฯ ผนึกกำลังวงการแพทย์ แสนสิริร่วมมือสมิติเวชเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ “Complete Your Living Experience”

สั่นนักขายบ้านมืออาชีพวงการอสังหาริมทรัพย์ และวงการแพทย์! ล่าสุดแสนสิริผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร จับมือ สมิติเวช โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือผนึกกำลังกันเติมเต็มการพักอาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ “Complete Your Living Experience” ให้แก่ลูกบ้านแสนสิริ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและที่อาศัย มิติใหม่สำหรับผู้รักสุขภาพอย่างครบวงจร

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริจับมือโรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับรองมาตรฐานในการรักษาและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประกาศความร่วมมือผนึกกำลังกันยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Your Living Experience) ให้แก่ลูกบ้านของแสนสิริเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและที่อาศัยมิติใหม่สำหรับผู้รักสุขภาพอย่างครบวงจร

“จากความเชื่อของแสนสิริที่ว่า การสร้าง คือ การสร้างชีวิต (Constructing life, not just buildings) ได้กลายมาเป็นเป้าหมายหลักในการสร้าง “ชีวิตที่ดี (Good Life)” ให้แก่ลูกบ้านของ แสนสิริ เพราะแสนสิริ ไม่ได้แค่สร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างชีวิตให้กับลูกบ้าน ชุมชน และสังคม ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทที่จะมอบประสบการณ์ การใช้ชีวิตที่ดีในรูปแบบของการเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ (Complete Your Living Experience) ซึ่งแสนสิริได้ศึกษาไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันและพบว่าเทรนด์ยุคใหม่ผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยในบ้านมากขึ้น ดังนั้นจึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวชผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพและการแพทย์ ในการสร้างสรรค์ออกแบบทุกรายละเอียดในโครงการให้ลูกบ้านได้มีชีวิตที่ดี ในสังคมคุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ” นายอภิชาติ กล่าว

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสมิติเวชและแสนสิริต่างให้ความสำคัญต่อการมีชีวิตที่ดี โดยตระหนักดีว่าต้องเริ่มจากการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะด้านสุขภาพที่มีความสำคัญมาก โรงพยาบาลสมิติเวชด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ จะเข้ามาช่วยตรวจสอบความปลอดภัยและ เป็นที่ปรึกษาในการดีไซน์เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกบ้านแสนสิริ ซึ่งในการร่วมมือกันครั้งนี้เราจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยให้ลูกบ้านของแสนสิริมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยกระดับความเป็นเลิศทั้งทางด้านการอยู่อาศัยและทางด้านคุณภาพชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

For related post, please visit จับตา! อสังหาฯ ผนึกกำลังวงการแพทย์ แสนสิริจับมือสมิติเวชเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ “Complete Your Living Experience”.

กคช.และชาวชุมชนดินแดงทบทวนเกณฑ์การได้สิทธิครอบครัวขยายและแผงร้านค้า

การเคหะแห่งชาติจัดประชุมคณะกรรมการการมีส่วนร่วมการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง ครั้งที่ 5/2560 เพื่อติดความความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารแปลง G โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และกิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ ประจำเดือนเมษายน 2560 เมื่อเร็วๆนี้ณสำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ

พลเอก สุชาติ หนองบัว กรรมการการเคหะแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการการมีส่วนร่วมการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการการมีส่วนร่วมการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง ครั้งที่ 5/2560 ว่า “การประชุมในครั้งนี้ได้มีการนำเสนอ (ร่าง) ระเบียบการอยู่อาศัยโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (ร่าง) หลักเกณฑ์การได้สิทธิครอบครัวขยายโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และ (ร่าง) หลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิแผงร้านค้า โดยผู้แทนผู้อยู่อาศัยชุมชนดินแดง 1 และ 2 ได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ (ร่าง) ดังกล่าวครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถใช้ได้จริงกับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงที่กำลังจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการสรุปผลของกิจกรรมที่ผ่านมา ได้แก่ การมอบของขวัญให้กับผู้สูงอายุเนื่องในวันเทศกาลสงกรานต์ การศึกษาดูงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนต้นแบบโครงการบ้านเอื้ออาทรระยอง (วังหว้า) และการแข่งขันฟุตซอลของเยาวชนในชุมชนดินแดง ชุมชนใกล้เคียง และประชาชนทั่วไป สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่การเคหะแห่งชาติจัดขึ้นเกิดจากความคิดเห็นและการเสนอแนะของผู้อยู่อาศัยในชุมชนเป็นหลัก เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนจะตระหนักดีว่าชุมชนของตนควรพัฒนาไปในทิศทางใด เพื่อนำไปสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน ส่วนการเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชนและระหว่างผู้อยู่อาศัยกับผู้ปฏิบัติงานของการเคหะแห่งชาติอีกด้วย”

สำหรับความคืบหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนการก่อสร้างอาคารแปลง G ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า “ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 12.30 (แผนการก่อสร้างกำหนดไว้ร้อยละ 9.82 เร็วกว่าแผนร้อยละ 2.48) และความคืบหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 2, 3 และ 4 ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติยังได้ประสานงานกับสำนักโยธา กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาโครงการขยายถนนภายในและโดยรอบพื้นที่ชุมชนดินแดงต่อไป”

Please visit กคช.และชาวชุมชนดินแดงไตร่ตรองหลักเกณฑ์การได้สิทธิครอบครัวขยายและแผงร้านค้า for more article.

โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง แปลง G ก่อสร้างได้เร็วกว่าแผน เน้นความปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบสภาพแวดล้อมต่อชุมชนใกล้เคียง

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อาคารพักอาศัยแปลง G โดยมี พลเอก สุชาติ หนองบัว กรรมการการเคหะแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการการมีส่วนร่วมการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ คณะผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ และชาวชุมชนดินแดง ให้การต้อนรับ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2560 ณ ที่ตั้งโครงการฯ บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิตตัดกับถนนอโศก – ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

ดร.ธัชพล กาญจนกูล กล่าวถึงพัฒนาการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนการก่อสร้างอาคารแปลง G ว่า ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างได้ร้อยละ 12.30 ซึ่งตามแผนงานกำหนดไว้ร้อยละ 9.82 สามารถทำได้เร็วกว่าแผนร้อยละ 2.48 (ข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2560) โดยการเคหะแห่งชาติคำนึงถึงความปลอดภัยในการก่อสร้างทุกขั้นตอนไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณชุมชนใกล้เคียง จึงได้กำชับให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการติดตั้งผนังกันเสียงด้านที่ติดกับชุมชน รวมทั้งได้มีการติดตั้งเครื่องวัดเสียงและตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศ ตามมาตรการการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอุปสรรคหรืออุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างหรือบริเวณชุมชนใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม การเคหะแห่งชาติได้เร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2, 3 และ 4 โดยจะจัดสร้างเป็นอาคารชุดพักอาศัยเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม แปลง A, D1 และ C รวมทั้งสิ้น 6,212 หน่วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างเพื่อจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับการพัฒนาออกแบบ (Detail Design) ได้ผู้รับจ้างของอาคารแปลง D1 แล้ว คือ บริษัท อาคิเท็ค แกลลอรี่ จำกัด ส่วนอาคารพักอาศัยแปลง A และ C อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้าง คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทั้ง 3 ระยะภายในเดือนกันยายน 2560 นอกจากนี้ การดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 3 และ 4 เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ จำนวน 13,746 หน่วย การเคหะแห่งชาติกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนภายใต้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ทั้งนี้ ในการดำเนินงานทุกขั้นตอนการเคหะแห่งชาติได้ประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กทม. เป็นต้น

ดร.ธัชพล กาญจนกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับงานด้านสังคมและการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้อยู่อาศัยในชุมชนดินแดง โดยในปีงบประมาณ 2560 นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงปัจจุบัน จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการการมีส่วนร่วมการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดงแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ได้มีการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบการอยู่อาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงเมืองชุมชนดินแดง รวมถึง (ร่าง) หลักเกณฑ์การได้สิทธิครอบครัวขยายโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และ (ร่าง) หลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิแผงร้านค้า โดยผู้แทนผู้อยู่อาศัยชุมชนดินแดง 1 และ 2 ได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ (ร่าง) ดังกล่าวครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถใช้ได้จริงกับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งการดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงนั้นผู้อยู่อาศัยในชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการทุกขั้นตอนอย่างเข้มแข็งและมีความเข้าใจในการจัดทำโครงการเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในด้านการพัฒนาชุมชนให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน เช่น โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน โครงการอบรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน โครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนและประชาชนทั่วไป เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่การเคหะแห่งชาติจัดขึ้นเกิดจากความคิดเห็นและการเสนอแนะของผู้อยู่อาศัยในชุมชนเป็นหลัก เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนจะตระหนักดีว่าชุมชนของตนควรพัฒนาไปในทิศทางใด เพื่อนำไปสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน ส่วนการเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุน

ทั้งนี้ อาคารพักอาศัยแปลง G เป็นโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิตตัดกับถนนอโศก – ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ จัดสร้างเป็นอาคารทันสมัยสูง 28 ชั้น จำนวน 334 หน่วย ขนาดห้องพัก 33 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต 18 – 22 จำนวน 280 หน่วย โดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ใช้ระยะเวลา 540 วัน หรือ 18 เดือน คาดว่าจะย้ายผู้อยู่อาศัยเดิมเข้าอยู่อาคารแปลง G ประมาณเดือนมิถุนายน 2561

Read related article at โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง แปลง G ก่อสร้างได้เร็วกว่าแผน เน้นความปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนใกล้เคียง.

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก เผยให้ลูกบ้านเข้าพักในเดือนมิถุนายนนี้

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานตัดริบบิ้นเฉลิมฉลองการเปิดอย่างเป็นทางการของ เดอะ ริทซ์–คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ณ โครงการมหานคร โดยมี
สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเพซ พร้อมด้วย จอห์น เฮินส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย และอลิเชีย เคอนิค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนต่างชาติ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน โดยจะเปิดให้ลูกบ้านเข้าพักในเดือนมิถุนายนนี้

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก เป็นโครงการที่อยู่อาศัย ในโครงการมหานคร ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 209 เรสซิเดนเซส พร้อมพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางและเพดานอันสูงโปร่ง ที่มาในออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยสกายบ๊อกซ์ (skybox) ที่สามารถมองเห็นวิวรอบเมือง 270 องศา เปิดขายในรูปแบบกรรมสิทธิ์ฟรีโฟลด์ เปิดให้บริการพร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-234-1414 หรือเยียมชมได้ที่ www.rcr-bangkok.com

For related post, please visit เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก เปิดตัวให้ลูกบ้านเข้าพักในเดือนมิถุนายนนี้.

วี พร็อพเพอร์ตี้ ปลี้ม VTARA36 ยอดจำหน่ายทะลุ 99 % มั่นใจตลาดคอนโดมิเนียมหรูแนวรถไฟฟ้าสุขุมวิท เล็งผุด 2 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง ดันยอดตามเป้า 5,000 ล้านบาท ภายในปี’63

วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการหรู มั่นใจกำลังซื้อตลาดคอนโดลักชัวรี่แนวรถไฟฟ้าเตรียมแผนเปิดตัวคอนโดใหม่ ในกรุงเทพคอนโดใหม่ 2 โครงการ 2 ทำเลแนวรถไฟฟ้าเส้นสุขุมวิท ย่านพระโขนง มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 พร้อมเผยยอดขายคอนโดโลว์ไรส์ “VTARA36” ทะลุ 99%

นายพรชัย เลิศอนันต์โชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (V Property) เผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP ที่ประมาณ 3.3-3.8% ในปี 2560 ทั้งนี้ มีปัจจัยหนุนนำสำคัญจากการลงทุนภาครัฐในโครงการเมกะโปรเจกต์และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะกระตุ้นความต้องการที่พักและส่งผลต่อการเติบโตของภาคอสังหาฯ ในขณะเดียวกัน ตลาดคอนโดหรูแนวรถไฟฟ้า โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิท ยังมีกำลังซื้อที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและผู้ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า บริษัทจึงวางแผนพัฒนาโครงการคอนโดใหม่ 2 โครงการ เริ่มจากในทำเลที่ตั้งคุณภาพย่านพระโขนง เป็นโครงการ Rare-Item อยู่ใกล้ BTS พระโขนง โดยมีมูลค่าโครงการ รวมประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

“ทั้งนี้ โครงการ วีธารา สุขุมวิท 36 (VTARA36) ซึ่งเป็นคอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น 5 อาคาร จำนวนทั้งหมด 466 ยูนิต บนทำเลทองย่านสุขุมวิท 36 ได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยยอดขายกว่า 99% ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ใจกลางเมือง คอนเซ็ปท์โครงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำเลสะดวกสบายแต่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงในบรรยากาศร่มรื่นให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูหรา ไม่ว่าจะเป็น ส่วนกลางขนาดกวา 2 ไร่ ฟิตเนสระดับหรูหรา (Panoramic Fitness Pavilion) , Japanese Onsen ระดับ Top Class ,สวนดูดาว (Sunset Garden), ที่จอดรถอัจฉริยะ (Intelligence Parking System), สระว่ายน้ำมรกต (Emerald Lagoon Pool), กรรมสิทธิ์ที่จอดรถ Super car ที่มาพร้อม Personal IP Camera , พร้อมทั้งมีห้องชุดสุดพิเศษ Courtyard Villa ที่เป็นห้องชุดที่มาพร้อมกับกรรมสิทธิ์ส่วนสีเขียว เสมือนสนามหญ้าในบ้านเดี่ยว โดยคอนเซ็ปท์การพัฒนาโครงการนี้เกิดจากการศึกษาตลาดและวิเคราะห์ทำเล รวมทั้งความต้องการของลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ จะมุ่งเน้นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาโครงการแนวสูงระดับ Luxury บริเวณรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทเป็นหลัก โดยตั้งเป้ามีรายได้แตะระดับ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 2563” นายพรชัย กล่าว

บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยระดับลักเซอรี่ โดยเน้นทำเลย่านสุขุมวิท-ทองหล่อ โครงการที่ผ่านมา ได้แก่ เอช สุขุมวิท 43 (H Sukhumvit 43) คอนโดไฮไรส์ 32 ชั้นในซอยสุขุมวิท 43 จำนวน 290 ยูนิต ซึ่งเปิดตัวในปี 2555 และปิดการขายไปแล้ว

Please visit วี พร็อพเพอร์ตี้ ปลี้ม VTARA36 ยอดขายทะลุ 99 % มั่นใจตลาดคอนโดมิเนียมหรูแนวรถไฟฟ้าสุขุมวิท เล็งผุด 2 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง ดันยอดตามเป้า 5,000 ล้านบาท ภายในปี’63 for more content.